หน้าปกบนความ2(3)

ป่วยอย่าขับ!

9 โรคต้องห้าม ห้ามทำใบขับขี่ และห้ามขับรถ เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถไม่ใช่แค่เรื่องของ “ทักษะการขับขี่” เท่านั้น แต่ “สุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจ” ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน

เพราะหากผู้ขับมีโรคประจำตัวบางชนิดที่ส่งผลต่อการควบคุมรถ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ทั้งต่อตัวเองและผู้ใช้ถนนคนอื่น

กรมการขนส่งทางบกจึงกำหนด “9 โรคต้องห้าม” สำหรับผู้ขอทำหรือขอต่ออายุใบขับขี่ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนครับ


1. โรคลมชัก (Epilepsy)

โรคที่มีอาการชักหรือหมดสติกะทันหัน หากเกิดขึ้นระหว่างขับรถ อาจทำให้ผู้ขับสูญเสียการควบคุมรถทันที และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุรุนแรงอย่างมาก


2. โรคหัวใจชนิดรุนแรง

เช่น

  • หัวใจล้มเหลว

  • หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง

หากเกิดอาการเฉียบพลันระหว่างขับรถ อาจหมดสติหรือเสียชีวิตกะทันหันได้


3. โรคความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรง

ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อภาวะ

  • เส้นเลือดในสมองแตก

  • หัวใจวายเฉียบพลัน

ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน และเป็นอันตรายอย่างมากขณะขับรถ


4. โรคเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

โดยเฉพาะผู้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ เพราะอาจเกิดภาวะน้ำตาลต่ำจนหมดสติระหว่างขับรถได้


5. โรคทางจิตเวชที่มีอาการรุนแรง

เช่น

  • โรคจิตเภท

  • โรคซึมเศร้ารุนแรง

  • ภาวะหลงผิด

ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจ การควบคุมอารมณ์ และการรับรู้ความเสี่ยงขณะขับรถ


6. โรคติดยาเสพติดหรือสารเสพติดให้โทษ

ผู้ที่อยู่ในภาวะเสพติดสาร เช่น

  • ยาบ้า

  • ยาไอซ์

  • เฮโรอีน

จะมีการตอบสนองและสภาพจิตใจผิดปกติ ไม่เหมาะต่อการขับขี่อย่างยิ่ง


7. โรคพิษสุราเรื้อรัง

ผู้ที่ติดสุราเรื้อรังมักสูญเสียการควบคุมตนเอง และมีความเสี่ยงต่อการขับรถขณะมึนเมา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุบนท้องถนน


8. โรคตาบอดกลางคืน (Night Blindness)

ผู้ที่มองเห็นไม่ชัดในเวลากลางคืน จะมีความเสี่ยงสูงในการขับรถช่วงเย็นหรือกลางคืน โดยเฉพาะบนถนนที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ


9. โรคเรื้อนหรือวัณโรคระยะแพร่กระจาย

เป็นโรคติดต่อที่สามารถแพร่เชื้อได้ หากยังอยู่ในระยะแพร่กระจายและยังไม่ได้รับการรักษาจนหาย จะไม่สามารถขอใบขับขี่ได้


ทำไมการทำใบขับขี่ต้องใช้ “ใบรับรองแพทย์”?

1. ตรวจสอบความพร้อมของร่างกายและจิตใจ

การขับรถต้องอาศัยทั้ง

  • สายตา

  • สมาธิ

  • การตอบสนองของร่างกาย

  • การตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

ใบรับรองแพทย์จึงช่วยยืนยันว่าผู้ขอใบขับขี่มีสุขภาพพร้อมสำหรับการขับขี่อย่างปลอดภัย


2. คัดกรองโรคต้องห้าม

ใบรับรองแพทย์ช่วยตรวจสอบเบื้องต้นว่า ผู้ขอใบขับขี่ไม่มีโรคในกลุ่มเสี่ยงทั้ง 9 โรค ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายระหว่างขับรถ


3. เป็นมาตรการด้านความปลอดภัย

การขับรถไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนทุกคน

หากผู้ขับมีปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการควบคุมรถ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้


4. ใช้ประกอบการตรวจสอบกรณีเกิดอุบัติเหตุ

หากเกิดเหตุไม่คาดคิด เจ้าหน้าที่สามารถใช้ข้อมูลทางการแพทย์และใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาได้


หากป่วยภายหลังจากมีใบขับขี่แล้ว ต้องแจ้งหรือไม่?

หากภายหลังตรวจพบว่าตัวเองมีโรคในกลุ่มต้องห้าม ผู้ถือใบขับขี่มีหน้าที่ต้องแจ้งกรมการขนส่งทางบกทันที

เพราะโรคเหล่านี้อาจส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมรถอย่างร้ายแรง

หากฝืนขับรถต่อไปโดยไม่แจ้ง และเกิดอุบัติเหตุขึ้น อาจ

  • ถูกดำเนินคดี

  • บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม

เนื่องจากถือเป็นการปกปิดข้อมูลสุขภาพครับ


หากรักษาหายแล้ว กลับมาขับรถได้ไหม?

หากหยุดขับรถเพื่อรักษาตัว และอาการดีขึ้นจนแพทย์ประเมินว่าสามารถขับรถได้อย่างปลอดภัย ก็สามารถกลับมาใช้ใบขับขี่ได้อีกครั้ง โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันครับ


สรุป

9 โรคต้องห้ามที่กรมการขนส่งทางบกระบุไว้ เป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะผู้ที่มีภาวะเจ็บป่วยบางอย่าง อาจไม่สามารถควบคุมรถได้อย่างปลอดภัย

แต่อย่าลืมว่า…
แม้เราจะขับรถอย่างระมัดระวังมากแค่ไหน อุบัติเหตุก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอจากความประมาทของผู้อื่น

ดังนั้นนอกจากการดูแลสุขภาพให้พร้อมก่อนขับรถแล้ว การมีประกันรถยนต์ที่เหมาะสม ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ช่วยคุ้มครองคุณเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันครับ