ป่วยอย่าขับ! 9 โรคต้องห้าม ห้ามทำใบขับขี่ และห้ามขับรถ
ป่วยอย่าขับ!
9 โรคต้องห้าม ห้ามทำใบขับขี่ และห้ามขับรถ เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน
การขับรถไม่ใช่แค่เรื่องของ “ทักษะการขับขี่” เท่านั้น แต่ “สุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจ” ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน
เพราะหากผู้ขับมีโรคประจำตัวบางชนิดที่ส่งผลต่อการควบคุมรถ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ทั้งต่อตัวเองและผู้ใช้ถนนคนอื่น
กรมการขนส่งทางบกจึงกำหนด “9 โรคต้องห้าม” สำหรับผู้ขอทำหรือขอต่ออายุใบขับขี่ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนครับ
1. โรคลมชัก (Epilepsy)
โรคที่มีอาการชักหรือหมดสติกะทันหัน หากเกิดขึ้นระหว่างขับรถ อาจทำให้ผู้ขับสูญเสียการควบคุมรถทันที และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุรุนแรงอย่างมาก
2. โรคหัวใจชนิดรุนแรง
เช่น
หัวใจล้มเหลว
หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง
หากเกิดอาการเฉียบพลันระหว่างขับรถ อาจหมดสติหรือเสียชีวิตกะทันหันได้
3. โรคความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรง
ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อภาวะ
เส้นเลือดในสมองแตก
หัวใจวายเฉียบพลัน
ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน และเป็นอันตรายอย่างมากขณะขับรถ
4. โรคเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
โดยเฉพาะผู้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ เพราะอาจเกิดภาวะน้ำตาลต่ำจนหมดสติระหว่างขับรถได้
5. โรคทางจิตเวชที่มีอาการรุนแรง
เช่น
โรคจิตเภท
โรคซึมเศร้ารุนแรง
ภาวะหลงผิด
ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจ การควบคุมอารมณ์ และการรับรู้ความเสี่ยงขณะขับรถ
6. โรคติดยาเสพติดหรือสารเสพติดให้โทษ
ผู้ที่อยู่ในภาวะเสพติดสาร เช่น
ยาบ้า
ยาไอซ์
เฮโรอีน
จะมีการตอบสนองและสภาพจิตใจผิดปกติ ไม่เหมาะต่อการขับขี่อย่างยิ่ง
7. โรคพิษสุราเรื้อรัง
ผู้ที่ติดสุราเรื้อรังมักสูญเสียการควบคุมตนเอง และมีความเสี่ยงต่อการขับรถขณะมึนเมา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุบนท้องถนน
8. โรคตาบอดกลางคืน (Night Blindness)
ผู้ที่มองเห็นไม่ชัดในเวลากลางคืน จะมีความเสี่ยงสูงในการขับรถช่วงเย็นหรือกลางคืน โดยเฉพาะบนถนนที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ
9. โรคเรื้อนหรือวัณโรคระยะแพร่กระจาย
เป็นโรคติดต่อที่สามารถแพร่เชื้อได้ หากยังอยู่ในระยะแพร่กระจายและยังไม่ได้รับการรักษาจนหาย จะไม่สามารถขอใบขับขี่ได้
ทำไมการทำใบขับขี่ต้องใช้ “ใบรับรองแพทย์”?
1. ตรวจสอบความพร้อมของร่างกายและจิตใจ
การขับรถต้องอาศัยทั้ง
สายตา
สมาธิ
การตอบสนองของร่างกาย
การตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
ใบรับรองแพทย์จึงช่วยยืนยันว่าผู้ขอใบขับขี่มีสุขภาพพร้อมสำหรับการขับขี่อย่างปลอดภัย
2. คัดกรองโรคต้องห้าม
ใบรับรองแพทย์ช่วยตรวจสอบเบื้องต้นว่า ผู้ขอใบขับขี่ไม่มีโรคในกลุ่มเสี่ยงทั้ง 9 โรค ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายระหว่างขับรถ
3. เป็นมาตรการด้านความปลอดภัย
การขับรถไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนทุกคน
หากผู้ขับมีปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการควบคุมรถ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
4. ใช้ประกอบการตรวจสอบกรณีเกิดอุบัติเหตุ
หากเกิดเหตุไม่คาดคิด เจ้าหน้าที่สามารถใช้ข้อมูลทางการแพทย์และใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาได้
หากป่วยภายหลังจากมีใบขับขี่แล้ว ต้องแจ้งหรือไม่?
หากภายหลังตรวจพบว่าตัวเองมีโรคในกลุ่มต้องห้าม ผู้ถือใบขับขี่มีหน้าที่ต้องแจ้งกรมการขนส่งทางบกทันที
เพราะโรคเหล่านี้อาจส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมรถอย่างร้ายแรง
หากฝืนขับรถต่อไปโดยไม่แจ้ง และเกิดอุบัติเหตุขึ้น อาจ
ถูกดำเนินคดี
บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม
เนื่องจากถือเป็นการปกปิดข้อมูลสุขภาพครับ
หากรักษาหายแล้ว กลับมาขับรถได้ไหม?
หากหยุดขับรถเพื่อรักษาตัว และอาการดีขึ้นจนแพทย์ประเมินว่าสามารถขับรถได้อย่างปลอดภัย ก็สามารถกลับมาใช้ใบขับขี่ได้อีกครั้ง โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันครับ
สรุป
9 โรคต้องห้ามที่กรมการขนส่งทางบกระบุไว้ เป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะผู้ที่มีภาวะเจ็บป่วยบางอย่าง อาจไม่สามารถควบคุมรถได้อย่างปลอดภัย
แต่อย่าลืมว่า…
แม้เราจะขับรถอย่างระมัดระวังมากแค่ไหน อุบัติเหตุก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอจากความประมาทของผู้อื่น
ดังนั้นนอกจากการดูแลสุขภาพให้พร้อมก่อนขับรถแล้ว การมีประกันรถยนต์ที่เหมาะสม ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ช่วยคุ้มครองคุณเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันครับ