หน้าปกบนความ(63)

อาการฝาสูบโก่งเป็นอย่างไร อันตรายแค่ไหน?

รถยนต์เมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจพบปัญหาอุปกรณ์ภายในรถเสื่อมสภาพตามลำดับ โดยเฉพาะอาการฝาสูบโก่งซึ่งมักพบบ่อยกับรถเก่าหรือซื้อรถยนต์มือสองต่อจากผู้อื่น แต่สำหรับใครที่ยังงงว่าฝาสูบโก่งจะส่งผลเสียอะไรกับรถยนต์ของเราบ้าง หากเกิดปัญหาแบบนี้แล้วจะต้องแก้ไขอย่างไร เป็นอันตรายแค่ไหน และมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมอย่างไรบ้าง แรบบิท แคร์ จะมาอธิบายให้ทราบกันดังนี้

ฝาสูบรถยนต์มีความสำคัญอย่างไร?

ฝาสูบรถยนต์ (CYLINDER) เป็นชิ้นส่วนหนึ่งของเครื่องยนต์รถ โดยเป็นส่วนที่ติดตั้งอยู่บนเสื้อสูบมีอุปกรณ์ลิ้นปิด/เปิดบนฝาสูบ โดยมีหัวฉีด ลิ้นไอดี ลิ้นไอเสีย และหัวเทียนติดตั้งอยู่ ฝาสูบทำหน้าร่วมกับปะเก็นฝาสูบ (Gasket) ในการเชื่อมติดปิดเสื้อสูบที่คอยผลิตกำลังให้เครื่องยนต์

ทั้งนี้ฝาสูบถูกออกแบบให้มีความแข็งแรงทำจากวัสดุเหล็กหล่อหรืออลูมิเนียมผสมโลหะ เพื่อรองรับกับความร้อนจากแรงจุดระเบิดเครื่องยนต์ภายใน บริเวณฝาสูงจะมีอุณหภูมิสูงมากจึงต้องทำหน้าที่ร่วมกับหม้อน้ำในการระบายความร้อน แต่เมื่อคุณใช้รถยนต์ไปนาน ๆ การระบายความร้อนอาจเสื่อมสภาพลงเป็นที่มาของฝาสูบโก่งได้เช่นกัน

ฝาสูบโก่งเกิดจากอะไร?

จากที่อธิบายไปว่าฝาสูบนั้นมีภาระต้องรับแรงดันและความร้อนจากการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ จึงต้องมีการระบายความร้อนเพื่อไม่ให้ฝาสูบเสื่อมสภาพหรือเกิดปัญหาฝาสูบโก่ง แต่ถ้าเราใช้รถไปนาน ๆ ระบบระบายความร้อนจากหม้อน้ำอาจทำงานผิดปกติเช่นปั๊มน้ำเสีย หม้อน้ำรั่ว ฝาครอบหม้อน้ำแตก ก็จะทำให้การระบายความร้อนมีประสิทธิภาพน้อยลงจนเกิดความร้อนสะสมสูง หากผู้ใช้งานยังไม่ทราบถึงปัญหาดังกล่าวและฝืนใช้งานไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้ฝาสูบโก่ง รวมถึงทำให้ปะเก็นฝาสูบ (Gasket) หรือแตกได้เช่นกัน

ฝาสูบโก่ง อาการเป็นอย่างไร?

เป็นที่แน่นอนว่าคนขับรถทั่วไปอย่างเราคงไม่เปิดกระโปรงรถตรวจสอบสภาพฝาสูบและปะเก็นฝาสูบกันอยู่บ่อย ๆ หรือบางครั้งฝาสูบอาจจะโก่งเพียงเล็กน้อยจนเราสังเกตด้วยตาเปล่าไม่ออก แต่ทั้งนี้คุณสามารถรู้สัญญาณของฝาสูบโก่งได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

การสังเกตอาการฝาสูบโก่งนั้นมีหลายวิธี ซึ่งเราแนะนำให้คุณเช็กหลาย ๆ จุดเพื่อความชัวร์ดังนี้

1. สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วให้เปิดฝาหม้อน้ำทิ้งไว้ พอผ่านไปสักพักเมื่อเครื่องยนต์เริ่มทำงานจนมีอุณหภูมิสูงขึ้น ให้ตรวจสอบว่าตรงหม้อน้ำมีฟองอาการผุดขึ้นมาหรือไม่ หากไม่มีฟองอาการเลยแสดงว่าฝาสูบของคุณยังคงมีสภาพดีอยู่ แต่ถ้ามีฟองอากาศผุดขึ้นมาอาจสันนิษฐานเบื้องต้นว่าฝาสูบโก่ง ยิ่งมีฟองอากาศมากก็หมายถึงฝาสูบโก่งมาก ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากเมื่อฝาสูบโก่งจะทำให้อากาศถ่ายเทเข้าไปยังเสื้อสูบภายใน อากาศจึงถูกดันออกมาทางหม้อน้ำเป็นฟองอากาศนั่นเอง

2. ตรวจสภาพปะเก็น (Gasket) ว่าแตกหักหรือไม่

3. สังเกตว่าหม้อน้ำมีคราบน้ำมันเจือปนหรือไม่ หากพบว่ามีคราบน้ำมันเจือปนอาจเป็นเพราะน้ำมันเครื่องไหลเล็ดลอดเข้าสู่ระบบหล่อเย็น

4. เช็กก้านระดับน้ำมันเครื่องว่ามีคราบน้ำผสมอยู่หรือไม่ หากพบคราบน้ำแสดงว่าน้ำจากหม้อน้ำไหลมาเจือปนกับน้ำมันเครื่อง

5. สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเช็กที่ท่อไอเสีย หากมีน้ำกระเด็นออกมาแสดงว่าน้ำจากหม้อน้ำไหลเข้าสู่ห้องเครื่อง

หากมีอาการครบทั้ง 4 อย่างที่กล่าวไป แสดงว่าฝาสูบโก่งหรือปะเก็นฝาสูบแตก