หน้าปกบนความ(93)

เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรก? วิธีเช็กน้ำมันเบรกง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

ระบบเบรกถือเป็นระบบความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของรถยนต์ เพราะเป็นตัวช่วยควบคุมความเร็วและหยุดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบเบรกที่ผู้ใช้รถหลายคนมองข้ามคือ น้ำมันเบรก

หลายคนอาจสงสัยว่า เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรก หรือจะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำมันเบรกเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว หากปล่อยไว้นานเกินไป อาจทำให้ประสิทธิภาพการเบรกลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า น้ำมันเบรกคืออะไร ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ และมีวิธีเช็กน้ำมันเบรกด้วยตัวเองอย่างไร


น้ำมันเบรก คืออะไร

น้ำมันเบรก (Brake Fluid) เป็นน้ำมันไฮดรอลิกที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งแรงดันจากแป้นเบรกไปยังระบบเบรกของรถยนต์

เมื่อผู้ขับขี่เหยียบแป้นเบรก แรงดันจะถูกส่งผ่านน้ำมันเบรกจาก แม่ปั๊มเบรก (Master Cylinder) ไปยัง คาลิปเปอร์เบรก เพื่อดันผ้าเบรกให้เสียดสีกับจานเบรก ทำให้รถชะลอความเร็วหรือหยุดได้

หน้าที่หลักของน้ำมันเบรก ได้แก่

  • ส่งแรงดันในระบบเบรก

  • ช่วยหล่อลื่นชิ้นส่วนในระบบเบรก

  • ลดการสึกหรอของอุปกรณ์

  • ป้องกันการเกิดสนิมในระบบเบรก

ดังนั้น หากน้ำมันเบรกเสื่อมสภาพ ระบบเบรกก็จะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ


เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรก

โดยทั่วไป ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกทุก 1–2 ปี หรือประมาณ 20,000 – 40,000 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานของน้ำมันเบรกอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • พฤติกรรมการขับขี่

  • การเบรกบ่อยในจราจรติดขัด

  • การขับขึ้นลงทางลาดชัน

  • สภาพอากาศที่มีความชื้นสูง

หากพบสัญญาณผิดปกติของระบบเบรก ควรตรวจสอบและเปลี่ยนน้ำมันเบรกทันที


วิธีเช็กน้ำมันเบรกด้วยตัวเอง

ผู้ใช้รถสามารถสังเกตอาการที่บ่งบอกว่าน้ำมันเบรกเริ่มเสื่อมได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

1. ไฟเตือนระบบเบรกขึ้นบนหน้าปัด

รถยนต์รุ่นใหม่มักมีไฟเตือน เช่น ไฟ ABS หรือไฟระบบเบรก หากระดับน้ำมันเบรกต่ำ ระบบจะแสดงสัญญาณเตือนบนหน้าปัด

2. ระดับน้ำมันเบรกต่ำ

เปิดฝากระปุกน้ำมันเบรกเพื่อตรวจสอบระดับ หากน้ำมันอยู่ต่ำกว่า ขีด Min ควรรีบตรวจสอบทันที

3. น้ำมันเบรกเปลี่ยนสี

น้ำมันเบรกที่เสื่อมสภาพมักมีสีเข้มขึ้น หรือกลายเป็นสีดำแดง ซึ่งเกิดจากสิ่งปนเปื้อนและความชื้น

4. แป้นเบรกจมหรือเบรกไม่ค่อยอยู่

หากเหยียบเบรกแล้วรู้สึกว่าแป้นเบรกจมลึกกว่าปกติ หรือรถชะลอตัวช้า อาจเป็นสัญญาณว่าน้ำมันเบรกเสื่อม

5. มีเสียงดังเวลาเหยียบเบรก

เช่น เสียงหอน เสียงครูด หรือเสียงโลหะกระทบ

6. มีคราบน้ำมันใต้ท้องรถ

หากพบคราบของเหลวบริเวณล้อหรือใต้รถ อาจเกิดจากการรั่วของระบบเบรก


มาตรฐานน้ำมันเบรก DOT คืออะไร

น้ำมันเบรกถูกกำหนดมาตรฐานโดย DOT (Department of Transportation) ซึ่งแบ่งเกรดตามคุณสมบัติและจุดเดือดของน้ำมัน

DOT 3

  • จุดเดือด 205°C

  • เหมาะกับรถยนต์ทั่วไปหรือรุ่นเก่า

DOT 4

  • จุดเดือด 230°C

  • เหมาะกับรถยนต์รุ่นใหม่

DOT 5

  • จุดเดือด 260°C

  • ใช้กับรถสมรรถนะสูง

DOT 5.1

  • จุดเดือดไม่ต่ำกว่า 260°C

  • เหมาะกับรถที่มีระบบ ABS และระบบเบรกอิเล็กทรอนิกส์

ควรเลือกใช้น้ำมันเบรกตามที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนดในคู่มือรถ


ปัจจัยที่ทำให้น้ำมันเบรกเสื่อมเร็ว

น้ำมันเบรกสามารถเสื่อมสภาพได้จากหลายสาเหตุ เช่น

ความร้อนจากการเบรกบ่อย

การเบรกถี่ ๆ หรือการขับขึ้นลงเขา ทำให้ระบบเบรกเกิดความร้อนสูง ส่งผลให้น้ำมันเบรกเสื่อมเร็ว

ความชื้นในอากาศ

น้ำมันเบรกส่วนใหญ่สามารถดูดซับความชื้นได้ เมื่อมีน้ำปนเปื้อน จุดเดือดของน้ำมันจะลดลง ทำให้เบรกทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ


ข้อควรระวังในการเติมน้ำมันเบรก

เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ควรปฏิบัติดังนี้

  • ห้ามผสมน้ำมันเบรกต่างเกรด

  • หากต้องการเปลี่ยนเกรด ควรถ่ายน้ำมันเก่าออกก่อน

  • ไม่ควรใช้น้ำมันเบรกที่เปิดฝาไว้นานเกิน 1 ปี

  • ห้ามใช้น้ำมันชนิดอื่นแทนน้ำมันเบรก

ควรนำรถเข้าตรวจเช็กระบบเบรกทุก 10,000 – 20,000 กิโลเมตร