ระบบเบรครถยนต์มีปัญหาทำอย่างไร
ระบบเบรครถยนต์มีปัญหาทำอย่างไร
ระบบเบรคถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับขี่ หากเกิดความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อยก็ควรรีบตรวจสอบและแก้ไขทันที เพราะอาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรงได้ มาดูอาการผิดปกติที่พบบ่อย พร้อมแนวทางเบื้องต้นในการดูแลรักษา
อาการของเบรครถยนต์ที่ควรรู้ทัน
1. เบรคมีเสียงครูดหรือเสียงแหลมดัง
มักเกิดจากผ้าเบรคหมดจนเหล็กเสียดสีกับจานเบรค หรือจานเบรคสกปรก มีฝุ่นหรือเศษหินเข้าไปข้างใน หากตรวจสอบแล้วผ้าเบรคและจานยังดีอยู่ เสียงดังอาจเกิดจากผ้าเบรคไม่ได้มาตรฐาน ควรเปลี่ยนโดยด่วน
2. รถเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งขณะเบรค
ถ้าเหยียบเบรคแล้วรถปัดไปทางซ้ายหรือขวา แสดงว่าระบบเบรคกำลังรวน อาจเกิดจากน้ำมันเครื่องหรือจาระบีเล็ดโดนจานเบรคทำให้ลื่น หรือแรงกดของคาลิปเปอร์แต่ละฝั่งไม่สมดุล
3. แป้นเบรคสั่น
อาการสั่นขึ้นลงขณะเหยียบเบรค บางครั้งแรงสั่นสะเทือนส่งถึงพวงมาลัยหรือทั้งคัน สาเหตุจากจานเบรคคดบิดเพราะใช้งานหนักหรือลุยน้ำตอนร้อนจัด รวมถึงลูกปืนล้อหรือน็อตล้อหลวม หรือผ้าเบรคสึกไม่เท่ากัน
4. เบรคแข็งต้องออกแรงมากผิดปกติ
เรียกว่า “เบรคตื้อ” อาจมาจากแรงดูดสูญญากาศของหม้อลมเบรคน้อย หม้อลมรั่ว ปั๊มดูดไดชาร์จเสีย หรือวาล์วในระบบเสื่อมสภาพ
5. แป้นเบรคต่ำ ต้องเหยียบลึกกว่าปกติ
เรียกว่า “เบรคต่ำ” สาเหตุหลักมาจากลูกยางแม่ปั้มเบรคบนสึกหรือบวม แรงดันเบรคลดลงจนต้องเหยียบซ้ำหลายครั้ง
6. เบรคทำงานทันทีแม้เหยียบเพียงเล็กน้อย
อาการนี้บ่งบอกถึงความผิดปกติของการปรับระยะหรือแรงดันในระบบ ควรรีบตรวจสอบ
สาเหตุหลักที่ทำให้เบรคมีปัญหา
น้ำมันเบรครั่ว เช่น สายอ่อนแตก ท่อแป๊ปแตก หรือแม่ปั้มเสื่อม
ผ้าเบรคหมด ไม่เปลี่ยนตามระยะจนผ้าหลุดออกจากฝักก้ามปู
ส่วนประกอบหลวม เช่น แป้นเบรค น็อตยึดคาลิปเปอร์ หรือสลักล็อค
สายอ่อนเบรคเสื่อม ใช้นานจนบวมและแตกเมื่อรับแรงดันสูง
การดูแลรักษาระบบเบรคและข้อควรระวัง
เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรคปีละครั้ง ป้องกันการเกิดสนิม
ใช้น้ำมันเบรคที่ตรงตามมาตรฐาน ห้ามผสมหรือใช้น้ำมันอื่นแทน
ตรวจสอบระยะห่างผ้าเบรคในระบบดรัมเบรคอยู่เสมอ
หากน้ำมันเบรคลด ควรถอดจานออกมาทำความสะอาดและปรับตั้งเฟืองใหม่
ตรวจเช็คผ้าเบรคเป็นประจำ เพราะสึกหรอและจับฝุ่นง่าย
หากจานเบรคเป็นรอยหรือคดบิด ควรเจียรจานด้วยเครื่องเจียรเฉพาะ
เปลี่ยนชุดซ่อมเบรคทุก 2–4 ปี เช่น ลูกยางแม่ปั้มและยางกันฝุ่น โดยเฉพาะรถที่ลุยน้ำบ่อยเพราะเสี่ยงต่อการเกิดสนิมและเบรคติด